กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.)​ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)​ ชี้แจงกรณีข่าว คุณวรสลัญช์ ทวิกาญจน์ รองอันดับสอง Miss Tiffany Universe 2018​ ถูกปฏิเสธไม่รับเข้าเป็นครูจากโรงเรียนในเครือคริสตจักรเพราะเพศสภาพ

กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.)​ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)​ 

ชี้แจงกรณีข่าว คุณวรสลัญช์ ทวิกาญจน์ รองอันดับสอง Miss Tiffany Universe 2018​ถูกปฏิเสธไม่รับเข้าเป็นครูจากโรงเรียนในเครือคริสตจักรเพราะเพศสภาพ

 

ข้อเท็จจริง
กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีภารกิจรับผิดชอบและดำเนินงานตามพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ซึ่งพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นกฎหมายที่ให้การคุ้มครองทั้ง เพศหญิง เพศชาย และบุคคลที่มีเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด โดยมีเจตนารมณ์ที่จะป้องกันและคุ้มครองไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ทั้งในกรณีที่เป็นการเลือกปฏิบัติระหว่างบุคคล และการเลือกปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ไม่ว่าจะโดยการกำหนดนโยบาย กฎ ระเบียบ ประกาศ มาตรการ โครงการ หรือวิธีปฏิบัติก็ตาม พระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ(คณะกรรมการ วลพ.)  ซึ่งมีอำนาจหน้าที่พิจารณาคำร้องของผู้ที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมด้วยเหตุแห่งเพศ  คุณวรสลัญช์ ทวิกาญจน์ ได้ประสานขอความช่วยเหลือจากคุณนาดา ไชยจิตต์ ซึ่งคุณนาดา เคยเป็นผู้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ วลพ. และได้รับคำวินิจฉัยแล้ว ดังนั้น คุณนาดา ไชยจิตต์ จึงให้คำแนะนำแก่คุณวรสลัญช์ ทวิกาญจน์ ให้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ วลพ. ในกรณีที่คุณวรสลัญช์ ทวิกาญจน์ รองอันดับสอง Miss Tiffany Universe 2018 ถูกปฏิเสธไม่รับเข้าเป็นครูจากโรงเรียนในเครือคริสตจักรเพราะมีเพศสภาพที่ไม่ตรงกับเพศกำเนิด
เดือนมีนาคม 2562 คุณนาดา ไชยจิตต์ ในฐานะผู้ประสานงานของคุณวรสลัญช์ ทวิกาญจน์ ได้ประสานมายังกองส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการ วลพ. ซึ่งกองส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศได้ร่วมหารือให้คำแนะนำในการจัดทำคำร้องของคุณวรสลัญช์ ทวิกาญจน์ ให้สมบูรณ์ถูกต้องตามข้อกำหนดในพระราชบัญญัติฯ และเนื่องจากกรณีดังกล่าวเป็นกรณีที่มีความละเอียดอ่อน และกระทบกับสถาบันที่มีชื่อเสียง คุณนาดา ไชยจิตต์ จึงใช้เวลาในการเรียบเรียง ขัดเกลา คำร้อง เพื่อให้มีความสมบูรณ์ ถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อฟ้องร้องทางกฎหมายตามมา จนคำร้องเสร็จสมบูรณ์ตามความประสงค์ของคุณนาดา ไชยจิตต์ กองส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศประสานให้คุณวรสลัญช์ ทวิกาญจน์และคุณนาคา ไชยจิตต์ มายื่นคำร้องต่ออธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต)ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2562 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมริบบิ้นขาว ชั้น 3 อาคารกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว แล้ว


แนวทางปฏิบัติของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว
การปฏิบัติเบื้องต้นก่อนที่จะมีการนำเสนอข่าวดังกล่าว กองส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ได้ประสานกับคุณนาดา ไชยจิตต์ ในฐานะผู้ประสานงานของคุณวรสลัญช์ ทวิกาญจน์ อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคม 2562 เพื่อให้คำแนะนำในการจัดทำคำร้องจนคำร้องเสร็จสมบูรณ์ในเดือนเมษายน 2562
อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันคอรบครัว (นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต) จะเป็นผู้รับมอบคำร้องของคุณวรสลัญช์ ทวิกาญจน์ ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2562 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมริบบิ้นขาว ชั้น 3 อาคารกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ตามที่ได้กองส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศได้ประสานนัดหมายไว้กับคุณวรสลัญช์ ทวิกาญจน์และคุณนาดา ไชยจิตต์ 
เมื่อ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต) รับมอบคำร้องแล้ว จะนำคำร้องยื่นต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (คณะกรรมการ วลพ.) เพื่อพิจารณาดำเนินการโดยด่วน โดยจะมีการประชุมคณะกรรมการ วลพ. ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2562 นี้ ในเบื้องต้น กองส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการ วลพ. ได้นำเสนอกรณีดังกล่าวให้คณะกรรมการ วลพ. ทราบแล้ว
ขั้นตอนต่อไปภายหลังคณะกรรมการ วลพ. รับคำร้องของคุณวรสลัญช์ ทวิกาญจน์ จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาว่าจะรับคำร้องดังกล่าวหรือไม่ ตามระเบียบกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นคำร้อง การพิจารณาและการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 หากมีมติคณะกรรมการ วลพ. รับคำร้องไว้พิจารณา ประธานกรรมการ วลพ. (ศาสตราจารย์มาลี พฤษพงศาวลี) จะมอบหมายคำร้องดังกล่าวให้คณะอนุกรรมการ วลพ. คณะใดคณะหนึ่งเป็นผู้พิจารณา ระยะเวลาในการพิจารณาคำร้อง ตามระเบียบฯ ที่กล่าวไว้ข้างต้น กำหนดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 150 วัน เว้นแต่มีเหตุอันสมควรให้ขยายเวลาดำเนินการได้ แต่ให้ประธานกรรมการ วลพ. พิจารณากำหนดมาตรการที่จะทำให้การพิจารณาวินิจฉัยแล้วเสร็จโดยเร็ว พระราชบัญญัติดังกล่าว ยังให้อำนาจแก่คณะกรรมการ วลพ. สามารถพิจารณาให้ค่าชดเชยและเยียวยาความเสียหายแก่ผู้ร้องได้อีกด้วย (หากผู้ร้องร้องขอและมีเหตุอันสมควร)